
“นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ร้อนระอุ รศ.ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จุดประเด็นร้อนในวงการศึกษา ด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการและ อว. ที่ทำงานแบบ ‘ต่างคนต่างทำ’ พร้อมผลักดันการบูรณาการ Big Data, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเสริมสร้าง Soft Skills อย่างเป็นระบบ เพื่อผลิตบัณฑิตไทยให้ก้าวทันโลก และตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่กำลังขาดแคลนแรงงานมีทักษะ ท่ามกลางวิกฤตความเหลื่อมล้ำและบัณฑิตตกงานที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน”
[สำนักข่าวการศึกษาไทย] – ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่สำคัญก่อนการเลือกตั้งปี 2569 วงการศึกษาไทยกำลังถูกจับตามองถึงทิศทางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล่าสุด รศ.ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ออกมาสะท้อนมุมมองผ่านรายการพิเศษ ชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” และแนวทางที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อกอบกู้ระบบการศึกษาของประเทศ
ชำแหละจุดอ่อน: ความเหลื่อมล้ำและนโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง รศ.ดร.คมสัน ระบุว่าปัญหาใหญ่ของการศึกษาไทยคือความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองและชนบทที่มีคุณภาพแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่อยากได้ผลลัพธ์ (Outcome) ที่มีคุณภาพเท่ากัน ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ยังยึดติดกับตัวเลขรายหัวนักเรียน โดยข้อเสนอสำคัญถึงรัฐบาลหน้าคือการสลายพรมแดนระหว่าง “กระทรวงศึกษาธิการ” และ “กระทรวง อว.” ที่มักทำงานแยกส่วนกัน ทำให้การผลิตนักเรียนจากระดับพื้นฐานสู่ระดับอุดมศึกษาไม่มีความต่อเนื่อง
แนะรัฐบาลใหม่: บูรณาการนโยบาย “คนละพรรคแต่ใจเดียวกัน” ในการเลือกตั้งครั้งหน้าซึ่งคาดว่าจะเป็นรัฐบาลผสม รศ.ดร.คมสัน เสนอให้พรรคการเมืองที่จะเข้ามาดูแลงานด้านการศึกษา นำนโยบายที่ดีของทุกพรรคมาบูรณาการร่วมกัน โดยเน้นความต่อเนื่องของทักษะ (Skill) ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ 2-3 หรือทักษะด้านเทคโนโลยี AI เพื่อไม่ให้เด็กต้อง “เริ่มนับหนึ่งใหม่” ทุกครั้งที่เปลี่ยนระดับชั้น
เสียงสะท้อนจากครูและหลักสูตร: ภาระงานท่วม-ประเมินเน้นท่องจำ จากเสียงสะท้อนในแวดวงการศึกษา พบว่าครูและอาจารย์ต้องแบกรับภาระงานอื่นที่ไม่ใช่การสอน ทั้งงานประเมินและงานประกันคุณภาพ จนไม่มีเวลาพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่ ขณะที่ระบบการประเมินผลของไทยยังเน้นการ “เก่งสอบ” หรือการท่องจำ มากกว่าการคิดวิเคราะห์ ทำให้บัณฑิตที่จบออกมาขาดทักษะที่ตลาดต้องการจริง
Soft Skills หัวใจหลักของบัณฑิตยุคใหม่ รองอธิการบดีสวนสุนันทา เน้นย้ำว่า นอกเหนือจากความรู้ในสายวิชา (Hard Skills) แล้ว บัณฑิตยุคใหม่จำเป็นต้องมี “Soft Skills” เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ บุคลิกภาพ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งปัจจุบันสถานประกอบการให้ความสำคัญกับทักษะเหล่านี้ รวมถึงกิจกรรมที่เคยทำระหว่างเรียน มากกว่าเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว
สวนสุนันทาโมเดล: ปรับตัวรับวิกฤตเด็กเกิดน้อย สำหรับแนวทางการปรับตัวของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รศ.ดร.คมสัน เผยว่าทางมหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงหลักสูตรทุกสาขาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บัณฑิต (Stakeholders) โดยตรง ทำให้ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเด็กเกิดน้อย โดยมียอดนักศึกษาเข้าเรียนตามเป้าหมายกว่า 7,000 คนต่อปี พร้อมแนะนักศึกษาว่าไม่ว่าจะเรียนสาขาใด หากเก่งจริงและมี Soft Skills ที่โดดเด่น จะไม่มีวันตกงานในตลาดแรงงานปัจจุบัน
“การสร้างคน คือการสร้างชาติ รัฐบาลต้องปรับทัศนคติให้เห็นความสำคัญของการลงทุนในมนุษย์เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนวิกฤตการศึกษาให้เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” รศ.ดร.คมสัน กล่าวทิ้งท้าย
ที่มาข้อมูล: รายการ “กู้วิกฤตการศึกษาไทยกับเลือกตั้ง 69” – MCOT News FM 100.5 [26 ม.ค. 2026] URL: http://www.youtube.com/watch?v=6L-W6QsjEIE